ผู้บริหาร

นายวินัย รัตนมณี
นายกสมาคมฯ

Live! TV / Radio
89 Chill FM Radio
91.5 Hotwave
92.5 กรมประชาสัมพันธ์
93.0 DNA
93.5 Radio Vote Satellite

95.0 ลูกทุ่งเอฟเอ็ม
98.0 Cool FM
99.0 Sport FM
100.5 MCOT
101 News

101.5 วิทยุจุฬา
96.5 คลื่นความคิด
99 Sport Radio
106 วิทยุครอบครัวข่าว
104.5 Fat Radio
สถิติผู้เยี่ยมชม
เปิดเว็บไซต์ 02/03/2011
ปรับปรุง 20/02/2012
สถิติผู้เข้าชม 29989
Page Views 39553
ข้อบังคับ
ข้อบังคับ

 

 

ข้อบังคับ

 

สมาคมผู้ประกอบวิชาชีพผู้บริหารสถานศึกษา

อำเภอทุ่งสง

(ส.บ.ทส.)

 

 

แก้ไขเพิ่มเติม  พ.ศ.  2552

 

 

 

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครศรีธรรมราช  เขต  2

อำเภอทุ่งสง  จังหวัดนครศรีธรรมราช

สมาคมผู้ประกอบวิชาชีพผู้บริหารสถานศึกษาอำเภอทุ่งสง

THUNGSONG   ASSOCIATION   EDUCATIONAL  OF  ADMINISTRATORS

 

(แก้ไขเพิ่มเติม  ครั้งที่  4 พ.ศ.2552)

.................................

หมวดที่  1

ความทั่วไป

ข้อ  1  สมาคมนี้มีชื่อว่าสมาคมผู้ประกอบวิชาชีพผู้บริหารสถานศึกษาอำเภอทุ่งสง  ชื่อย่อ  สบ.ทส.

       ( THUNGSONG   ASSOCIATION   EDUCATIONAL  OF  ADMINISTRATORS ) 

ข้อ  2  เครื่องหมายของสมาคม  เป็นรูปเฟืองช้อนขนาด  4.5  ซม.  ภายในมีวงกลม  โดยในวงกลมมี

      รูปคนร่วมประชุม    ปรึกษา วางแผน  จำนวน  3  คน

                ความหมาย

                เฟือง  หมายถึง  ผู้บริหาร  ซึ่งเป็นเป็นพลังขับเคลื่อนอันสำคัญ  ที่จะขับเคลื่อนเฟืองอื่น ๆ                       อันหมายถึง  บุคลากร  ที่เกี่ยวข้องกับสถานศึกษาให้ปฏิบัติหน้าที่บรรลุเป้าหมายตามต้องการ

                รูปคนในวงกลม  คือ  ความหมายของการบริหารที่หมายถึงบุคคลตั้งแต่ 2 คน ขึ้นไป ร่วมมือร่วมใจกันปฏิบัติภารกิจให้เป็นไปตามจุดมุ่งหมายขององค์กร

ข้อ  3  สำนักงานใหญ่ของสมาคม ตั้งอยู่ที่โรงเรียนมหาราช ๓  อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช

ข้อ  4  วัตถุประสงค์ของสมาคม

4.1      เพื่อส่งเสริมการปกครองระบอบประชาธิปไตย  อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข

4.2      เพื่อปฏิบัติภารกิจที่เกี่ยวข้องกับองค์กรวิชาชีพผู้บริหารสถานศึกษาตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ  พ.ศ. 2542

4.3      เพื่อส่งเสริมสนับสนุนให้บุคลากรทางการศึกษาสามารถพัฒนาการจัดการกระบวนการเรียนรู้ได้เต็มศักยภาพ

 

4.4      เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือในการวางแผนพัฒนาองค์กรทางการศึกษา  ให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

4.5      เพื่อส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือระหว่างสถานศึกษา / ชุมชน  ตลอดจนองค์กรส่วนท้องถิ่นและองค์กรอื่น ๆ อย่างสร้างสรรค์

4.6      เพื่อช่วยเหลือ  และจัดสวัสดิการสำหรับมวลสมาชิก

4.7      สมาคมไม่ดำเนินกิจกรรมใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเมือง

 

 

หมวดที่  2

สมาชิก

ข้อ  5  สมาชิกของสมาคม มี  3  ประเภทคือ

            5.1  สมาชิกสามัญ  ได้แก่  ผู้บริหารหรือรองผู้บริหารสถานศึกษา   สังกัดอำเภอทุ่งสง 

เห็นชอบในวัตถุประสงค์ของสมาคม  และสมัครเป็นสมาชิก

5.2        สมาชิกสมทบ  ได้แก่บุคคลที่เคยเป็นสมาชิกสามัญมาก่อน  หรือบุคคลที่เห็นชอบในวัตถุประสงค์ของสมาคมและสมัครเป็นสมาชิก

5.3        สมาชิกกิตติมศักดิ์  ได้แก่  บุคคลผู้ทรงเกียรติหรือทรงคุณวุฒิ  หรือผู้อุปการคุณแก่สมาคม       ซึ่งคณะกรรมการลงมติให้เชิญเข้ามาเป็นสมาชิกของสมาคม

ข้อ  6  คุณสมบัติของสมาชิก

6.1        สมาชิกสามัญ  จะต้องเป็นผู้บริหารหรือรองผู้บริหารสถานศึกษา  อำเภอทุ่งสง  และมี

คุณสมบัติอื่น ๆ  ตามที่กฎหมายกำหนด

6.2        สมาชิกสมทบและสมาชิกกิตติมศักดิ์  จะต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

6.2.1                   เป็นผู้บรรลุนิติภาวะ

6.2.2                   เป็นผู้มีความประพฤติเรียบร้อย

6.2.3                   ไม่เป็นโรคที่สังคมรังเกียจ

6.2.4                   ไม่ต้องคำพิพากษา ของศาลถึงที่สุดให้เป็นบุคคลล้มละลาย  หรือไร้ความสามารถ  หรือต้องโทษจำคุก  ยกเว้นความผิดฐานประมาท  หรือลหุโทษ การต้องคำพิพากษาของศาล  ถึงที่สุดในกรณีดังกล่าว  จะต้องเป็นในขณะที่สมัครเข้าเป็นสมาชิก  หรือในระหว่างที่เป็นสมาชิกของสมาคมนั้น

 

 

ข้อ  7  ค่าบำรุงสมาคม

                สมาชิกสามัญและสมาชิกสมทบ  อาจเลือกชำระค่าบำรุงได้ดังนี้

7.1       ชำระค่าบำรุงเป็นรายปี  ปีละ  100  บาท

7.2       ชำระค่าบำรุงตลอดชีพของการเป็นสมาชิก  500  บาท

ข้อ  8  การสมัครเข้าเป็นสมาชิกของสมาคม  ให้ผู้ประสงค์จะสมัครเข้าเป็นสมาชิกของสมาคมยื่นใบสมัครตามแบบของสมาคมต่อเลขาธิการสมาคม  โดยมีสมาชิกรับรองอย่างน้อย  1  คน  และให้เลขานุการติดประกาศรายชื่อผู้สมัครไว้    สำนักงานของสมาคม  เป็นเวลาไม่น้อยกว่า  15  วัน เพื่อให้สมาชิกอื่น    ของสมาคมจะได้คัดค้านการสมัครนั้น  เมื่อครบกำหนดประกาศแล้ว  ให้เลขาธิการนำไปสมัครและหนังสือคัดค้านของสมาชิก  (ถ้ามี)  เสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการ เพื่อพิจารณาอนุมัติว่าจะรับหรือไม่รับเข้าเป็นสมาชิกของสมาคม  และเมื่อกรรมการพิจารณาการสมัครแล้วให้เลขาธิการเป็นผู้แจ้งผลการพิจารณาให้ผู้สมัครทราบโดยเร็ว

ข้อ  9  ถ้าคณะกรรมการพิจารณาอนุมัติให้ผู้รับสมัครเข้าเป็นสมาชิก  ก็ให้ผู้สมัครนั้นชำระเงินค่าบำรุงภายใน  30  วัน  นับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากเลขาธิการ  และสมาชิกภาพของผู้สมัครให้เริ่มนับตั้งแตวันที่ผู้สมัครได้ชำระเงินค่าลงทะเบียน  และค่าบำรุงสมาคมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว  แต่ถ้าผู้สมัคร             ไม่ชำระเงินค่าบำรุงภายในกำหนด  ก็ให้ถือว่า  การสมัครคราวนั้นเป็นอันยกเลิก

ข้อ  10  สมาชิกภาพของสมาชิกกิตติมศักดิ์  ให้เริ่มนับตั้งแต่วันที่รับหนังสือตอบรับคำเชิญของผู้ที่คณะกรรมการได้พิจารณาลงมติให้เชิญเข้าเป็นสมาชิกของสมาคมได้มาถึงสมาคม

ข้อ  11  สมาชิกภาพของสมาชิกให้สิ้นสุดลงด้วยเหตุดังต่อไปนี้

11.1       ตาย

11.2       ลาออก  โดยยื่นหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรต่อคณะกรรมการ  และคณะกรรมการได้พิจารณาอนุมัติและสมาชิกนั้นได้ชำระหนี้สินที่ติดค้างอยู่กับสมาคม  (ถ้ามี)  เป็นที่เรียบร้อย

11.3       ขาดคุณสมบัติของสมาชิก

11.4       ที่ประชุมของสมาคม  หรือคณะกรรมการได้พิจารณาลงมติให้ออก  เพราะสมาชิกผู้นั้นได้ประพฤติตนนำความเสื่อเสียมาสู่สมาคม

ข้อ  12  สิทธิของสมาชิก

12.1      มีสิทธิเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ  ที่สมาคมจัดขึ้น

12.2      มีสิทธิเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับการดำเนินงานของสมาคมต่อคณะกรรมการ

12.3      มีสิทธิได้รับสวัสดิการต่าง ๆ  ที่สมาคมจัดให้มีขึ้น

12.4      มีสิทธิให้เข้าร่วมประชุมใหญ่ของสมาคม

12.5      สมาชิกสามัญมีสิทธิในการเลือกตั้ง  หรือได้รับการเลือกตั้ง  หรือแต่งตั้งเป็นกรรมการสมาคมและมีสิทธิออกเสียงลงมติในที่ประชุมได้คนละ  1  คะแนน

12.6      มีสิทธิร้องขอต่อคณะกรรมการเพื่อตรวจสอบเอกสารและบัญชีสินทรัพย์ของสมาคม

12.7      มีสิทธิเข้าชื่ออย่างน้อย 1 ใน 3  ของสมาชิกสามัญทั้งหมด  ร้องขอต่อคณะกรรมการให้จัด

ปะชุมใหญ่วิสามัญได้

12.8      สมาชิกได้รับให้แต่งตั้งจากคณะกรรมการบริหารสมาคมเป็นคณะอนุกรรมการฝ่ายต่าง ๆ ได้

ข้อ  13  หน้าที่ของสมาชิก

13.1       มีหน้าที่จะต้องปฏิบัติ  ตามระเบียบ  และข้อบังคับของสมาคมโดยเคร่งครัด

13.2       มีหน้าที่ประพฤติตนให้สมกับเกียรติที่เป็นสมาชิกของสมาคม

13.3       มีหน้าที่ให้ความร่วมมือและสนับสนุนการดำเนินกิจการต่าง ๆ ของสมาคม

13.4       มีหน้าที่ช่วยเผยแพร่ชื่อเสียงของสมาคม  ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย

 

หมวดที่  3

การดำเนินกิจการสมาคม

ข้อ 14     ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งทำหน้าที่บริหารกิจการสมาคม  มีจำนวน 15 คน คณะกรรมการนี้ได้มาจากการเลือกตั้งจากที่ประชุมใหญ่ของสมาคม และให้ผู้ที่ได้รับการเลือกตั้งจากที่ประชุมใหญ่เลือกกันเองเป็นนายกสมาคม 1 คน และอุปนายกสมาคม 3 คน สำหรับตำแหน่งกรรมการในตำแหน่งอื่นๆ ให้นายกเป็นผู้แต่งตั้งผู้ที่ได้รับการเลือกตั้งจากที่ประชุมใหญ่ เข้าดำรงตำแหน่งต่างๆ ของสมาคม ตามที่ได้กำหนดไว้ ซึ่งตำแหน่งกรรมการสมาคม มีตำแหน่งและหน้าที่โดยสังเขป ดังนี้

14.1  นายกสมาคม             ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าในการบริหารกิจการสมาคม เป็นผู้แทนสมาคมในการติดต่อกับบุคคลภายนอก และทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการ และการประชุมใหญ่ของสมาคม

14.2  อุปนายก                     ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยนายกสมาคมในการบริหารกิจการสมาคม ปฏิบัติหน้าที่ตามที่นายกมอบหมาย และทำหน้าที่แทนนายกสมาคมเมื่อนายกสมาคมไม่อยู่ หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ แต่การทำหน้าที่นายก ให้อุปนายกตามลำดับตำแหน่งเป็นผู้กระทำการแทน

14.3  เลขาธิการ                   ทำหน้าที่เกี่ยวกับงานธุรการของสมาคมทั้งหมด เป็นหัวหน้าเจ้าหน้าที่ของสมาคมในการปฏิบัติกิจการของสมาคม และปฏิบัติตามคำสั่งของนายกสมาคมตลอดจนทำหน้าที่เป็นเลขานุการในการประชุมต่างๆ ของสมาคม

14.4  เหรัญญิก                    มีหน้าที่เกี่ยวกับการเงินทั้งหมดของสมาคม เป็นผู้จัดทำบัญชีรายรับ รายจ่าย บัญชีงบดุลของสมาคม และเก็บเอกสารหลักฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องของสมาคมไว้เพื่อการตรวจสอบ

14.5  วิชาการ                       มีหน้าที่ปฏิบัติภารกิจทางวิชาการที่เป็นประโยชน์ต่อสมาชิก และผู้สนใจในรูปแบบต่างๆ ตามที่กรรมการเห็นชอบ

14.6  กิจกรรม                      มีหน้าที่จัดกิจกรรมรูปแบบต่างๆ ที่เป็นประโยชน์แก่สมาชิก และผู้สนใจตลอดถึงการประสานงานกับองค์กรภายนอกที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดกิจกรรมนั้นๆ

14.7  ปฎิคม                         มีหน้าที่ในการต้อนรับแขกของสมาคม เป็นหัวหน้าในการจัดเตรียมสถานที่ของสมาคม เมื่อมีการจัดกิจกรรมของสมาคม

14.8  นายทะเบียน              มีหน้าที่เกี่ยวกับทะเบียนสมาชิกทั้งหมดของสมาคม ประสานกับเหรัญญิกในการเรียกเก็บเงินบำรุงสมาคมจากสมาชิก

14.9  ประชาสัมพันธ์         มีหน้าที่เผยแพร่กิจการและชื่อเสียงเกียรติคุณของสมาคม ให้สมาชิกและบุคคลทั่วไป ให้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย

14.10 ผู้ช่วยฝ่ายต่างๆ         ซึ่งคณะกรรมการเห็นควรกำหนดให้มีตามความเหมาะสม โดยมีจำนวนเมื่อรวมกับตำแหน่งกรรมการตามข้างต้นแล้ว  จะต้องไม่เกินจำนวนที่ข้อบังคับกำหนดไว้ แต่ถ้าคณะกรรมการมิได้กำหนดตำแหน่ง ก็ให้ถือว่าเป็นกรรมการกลาง

ข้อ 15     คณะกรรมการของสมาคมอยู่ในตำแหน่งคราวละ 2 ปี  และเมื่อคณะกรรมการอยู่ในตำแหน่งครบตามวาระแล้ว แต่คณะกรรมการชุดใหม่ยังไม่ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการ ก็ให้คณะกรรมการที่ครบกำหนดตามวาระรักษาการไปก่อน จนกว่าคณะกรรมการชุดใหม่จะได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการ และเมื่อคณะกรรมการชุดใหม่ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็ให้ทำการส่งและรับมอบงานระหว่างคณะกรรมการชุดเก่ากับกรรมการชุดใหม่ให้เสร็จสิ้นภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่คณะกรรมการชุดไหม้ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการ

ข้อ 16     ตำแหน่งกรรมการสมาคมถ้าว่างลงก่อนครบกำหนดวาระ ให้คณะกรรมการแต่งตั้งสมาชิกสามัญคนใดคนหนึ่งที่เห็นสมควร เข้าดำรงตำแหน่งแทนตำแหน่งที่ว่างลงนั้น แต่ผู้ที่ดำรงตำแหน่งแทนจะอยู่ในตำแหน่งได้เท่ากับวาระของผู้ที่ตนแทนเท่านั้น

ข้อ 17     กรรมการอาจพ้นจากตำแหน่ง  ซึ่งไม่ใช่เป็นการออกตามวาระ ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้ คือ

17.1                       ตาย

17.2                       ลาออก

17.3                       ขาดการเป็นสมาชิก

17.4                       ที่ประชุมใหญ่ลงมติให้ออกจากตำแหน่ง

ข้อ 18     กรรมการที่ประสงค์จะลาออกจากตำแหน่งกรรมการ  ให้ยื่นใบลาออกเป็นลายลักษณ์อักษร         ต่อคณะกรรมการ และคณะกรรมการมีมติให้ออก

ข้อ 19     อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ

19.1                       มีอำนาจออกระเบียบต่างๆ เพื่อให้สมาชิกได้ปฏิบัติ โดยระเบียบปฏิบัตินั้นจะต้องไม่ขัดแย้งต่อข้อบังคับฉบับนี้

19.2                       มีอำนาจแต่งตั้งและถอดถอนเจ้าหน้าที่ของสมาคม

19.3                       มีอำนาจแต่งตั้งกรรมการที่ปรึกษา หรืออนุกรรมการได้ แต่กรรมการที่ปรึกษาหรืออนุกรรมการจะสามารถอยู่ในตำแหน่งได้ไม่เกินวาระของคณะกรรมการที่แต่งตั้ง

19.4                       มีอำนาจเรียกสมาชิกประชุมใหญ่สามัญประจำปี และประชุมใหญ่วิสามัญ

19.5                       มีอำนาจแต่งตั้งกรรมการในตำแหน่งอื่นๆ ที่ยังไม่ได้กำหนดไว้ในข้อบังคับนี้

19.6                       มีอำนาจบริหารกิจการของสมาคม เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ตลอดจนมีอำนาจอื่นๆ ตามที่ข้อบังคับกำหนดไว้

19.7                       มีหน้าที่รับผิดชอบในกิจการทั้งหมด รวมทั้งการเงินและทรัพย์สินทั้งหมดของสมาคม

19.8                       มีหน้าที่จัดให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญขึ้น ตามที่สมาชิกสามัญ จำนวน 1 ใน 3 ของสมาชิกทั้งหมดได้เข้าชื่อร้องขอให้จัดประชุมใหญ่วิสามัญขึ้น ซึ่งการนี้จะต้องให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญขึ้น ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับหนังสือร้องขอ

19.9                       มีหน้าที่จัดทำเอกสารหลักฐานต่างๆ ที่เกี่ยวกับการเงิน ทรัพย์สิน และการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ของสมาคมให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ และสามารถจะให้สมาชิกตรวจดูได้เมื่อสมาชิกร้องขอ

19.10                จัดทำบันทึกการประชุมต่างๆ ของสมาคม เพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานและจัดส่งให้สมาชิกรับทราบ

19.11                มีหน้าที่อื่นๆ ตามที่ข้อบังคับกำหนดไว้

ข้อ 20     คณะกรรมการจะต้องประชุมกันอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง ทั้งนี้เพื่อปรึกษาหารือเกี่ยวกับการบริหารกิจการของสมาคม

ข้อ 21     การประชุมคณะกรรมการ  จะต้องมีกรรมการเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของกรรมการทั้งหมด จึงจะถือว่าครบองค์ประชุม มติของที่ประชุมคณะกรรมการ ถ้าข้อบังคับมิได้กำหนดไว้     ก็ให้ถือคะแนนเสียงมากเป็นเกณฑ์ แต่ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ก็ให้ประธานในที่ประชุมเป็นผู้ชี้ขาด

ข้อ 22     ในการประชุมคณะกรรมการ ถ้านายกสมาคมและอุปนายกไม่อยู่ในที่ประชุม หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ก็ให้กรรมการที่ประชุมในคราวนั้น เลือกตั้งกันเองเพื่อให้กรรมการคนใดคนหนึ่งทำหน้าที่ประธานในการประชุมคราวนั้น

 

 

หมวดที่ 4

การประชุมใหญ่

ข้อ 23     การประชุมใหญ่ของสมาคม มี 2 ชนิด คือ

23.1                       ประชุมใหญ่สามัญ

23.2                       ประชุมใหญ่วิสามัญ

ข้อ 24     คณะกรรมการจะต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปี ปีละ 1 ครั้ง ภายในเดือนมกราคม           ของทุกปี

ข้อ 25     การประชุมใหญ่วิสามัญ  อาจจะมีได้โดยเหตุที่คณะกรรมการเห็นควรจัดให้มีขึ้น หรือเกิดขึ้นด้วยการเข้าชื่อร่วมกันของสมาชิก ไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของสมาชิกสามัญทั้งหมด ร้องขอต่อคณะกรรมการให้จัดให้มีขึ้น

ข้อ 26     การแจ้งกำหนดนัดประชุมใหญ่  ให้เลขาธิการเป็นผู้แจ้งกำหนดนัดประชุมใหญ่ให้สมาชิกได้ทราบ และการแจ้งจะต้องแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร โดยระบุวัน เวลา และสถานที่ให้ชัดเจน โดยจะต้องให้สมาชิกทราบไม่น้อยกว่า 7 วัน ก่อนจะถึงกำหนดการประชุมใหญ่

ข้อ 27     ในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี  จะต้องมีวาระการประชุมอย่างน้อยดังต่อไปนี้

27.1                       แถลงกิจการในรอบปีที่ผ่านมา

27.2                       แถลงบัญชีรายรับ รายจ่าย และบัญชีงบดุลของปีที่ผ่านมาให้สมาชิกรับทราบ

27.3                       เลือกตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ เมื่อครบกำหนดตามวาระ

27.4                       เลือกตั้งผู้ตรวจสอบบัญชี

27.5                       เรื่องอื่นๆ ถ้ามี

 

 

 

 

 

 

ข้อ 28     ในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี หรือการประชุมใหญ่วิสามัญ  จะต้องมี สมาชิกสามัญ เข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกสามัญทั้งหมด จึงจะถือว่าครบองค์ประชุม แต่ถ้าเมื่อถึงกำหนดเวลาประชุมยังมีสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุมไม่ครบองค์ประชุม ก็ให้ขยายเวลาออกไปอีกพอสมควร แต่เมื่อครบกำหนดเวลาที่ขยายออกไปแล้วยังมีสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุมไม่ครบองค์ประชุม ก็ให้เลื่อนการประชุมคราวนั้นไปและให้จัดประชุมใหญ่อีกครั้งหนึ่ง หลังจากเวลาได้ล่วงเลยมาแล้วไม่น้อยกว่า 15 วัน แต่จะต้องไม่เกิน 45 วัน และการประชุมในครั้งนี้ถ้าสมาชิกสามัญมาประชุมเกิน 1 ใน 3 ของสมาชิกสามัญทั้งหมด ให้ถือว่าครบองค์ประชุม หากสมาชิกมาประชุมไม่ครบองค์ประชุมอีก ให้เลื่อนการประชุมออกไปอีกไม่น้อยกว่า 15 วัน และให้ถือว่าการประชุมครั้งนี้ สมาชิกมาประชุม ครบองค์ประชุม

ข้อ 29     การลงมติต่างๆ ในที่ประชุมใหญ่  ถ้าข้อบังคับได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ก็ให้ถือเสียงข้างมากเป็นเกณฑ์ แต่ถ้าคะแนนเสียงที่ลงมติมีคะแนนเท่ากัน ก็ให้ประธานในการประชุมเป็นผู้ชี้ขาด

ข้อ 30  ในการประชุมใหญ่ของสมาคม ถ้านายกสมาคม และอุปนายกสมาคมไม่มาร่วมประชุม  หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ก็ให้ที่ประชุมใหญ่ทำการเลือกตั้งกรรมการที่มาร่วมประชุมคนใดคนหนึ่ง ให้ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม

 

หมวดที่ 5

การเงินและทรัพย์สิน

ข้อ 31     รายได้ของสมาคม มีดังนี้

31.1           ค่าบำรุงเป็นรายปีจากสมาชิก

31.2           รายได้จากการจัดกิจกรรมของสมาคม

31.3           ดอกผลที่เกิดขึ้น

31.4           รายได้จากการบริจาคโดยไม่มีภาระผูกพัน หรือรายได้อื่นๆ

ข้อ 32     การเงินและทรัพย์สินทั้งหมด  ให้อยู่ในความรับผิดชอบของคณะกรรมการ เงินสดของสมาคม ถ้ามี ให้นำฝากไว้ที่ธนาคารของรัฐ

ข้อ 33     การลงนามในตั๋วเงินหรือเช็คของสมาคม  จะต้องมีลายมือชื่อของนายกสมาคม หรือผู้ทำการแทน ลงนามร่วมกับเหรัญญิก หรือ เลขาธิการ พร้อมกับประทับตราของสมาคม จึงจะถือว่าใช้ได้

ข้อ 34     ให้นายกสมาคมมีอำนาจสั่งจ่ายเงินสมาคมได้ครั้งละไม่เกิน 3,000 บาท  (สามพันบาทถ้วน)  ถ้าเกินกว่านั้นจะต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการ และคณะกรรมการจะอนุมัติให้จ่ายเงินได้ครั้งละไม่เกิน 10,000 บาท (หนึ่งหมื่นบาทถ้วน) ถ้าจำเป็นจะต้องจ่ายเกินกว่านี้ ต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุมใหญ่ของสมาคม

ข้อ 35     ให้เหรัญญิกมีอำนาจเก็บรักษาเงินสดของสมาคมได้ไม่เกิน 3,000 บาท (สามพันบาท ถ้วน)  ถ้าเกินกว่านี้จะต้องนำฝากธนาคาร ในบัญชีของสมาคมทันทีที่โอกาสอำนวยให้

ข้อ 36     เหรัญญิก จะต้องทำบัญชี รายรับ รายจ่าย และบัญชีงบดุลให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ การรับหรือจ่ายเงินทุกครั้ง จะต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ ลงลายมือชื่อของนายกสมาคม หรือผู้ทำการแทน ร่วมกับเหรัญญิก หรือผู้ทำการแทน พร้อมกับประทับตราของสมาคมทุกครั้ง

ข้อ 37     ผู้ตรวจสอบบัญชี  จะต้องมิใช่กรรมการหรือเจ้าหน้าที่ของสมาคม

ข้อ 38     ผู้ตรวจสอบบัญชี  มีอำนาจหน้าที่จะเรียกเก็บเอกสารที่เกี่ยวกับการเงินและทรัพย์สิน จากกรรมการและสามารถเชิญกรรมการหรือเจ้าหน้าที่ของสมาคมเพื่อสอบถามเกี่ยวกับบัญชีและทรัพย์สินของสมาคมได้

ข้อ 39     คณะกรรมการ จะต้องให้ความร่วมมือกับผู้ตรวจสอบบัญชี เมื่อได้รับการร้องขอ

                                               

หมวดที่ 6

การเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อบังคับ

ข้อ 40     ข้อบังคับของสมาคมจะเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้โดยมติที่ประชุมใหญ่สมาคมเท่านั้น  และองค์ประชุมใหญ่จะต้องมีสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกสามัญทั้งหมด มติของที่ประชุมใหญ่ในการให้เปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อบังคับ จะต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของสมาชิกสามัญที่เข้าร่วมประชุม

ข้อ 41     การเลิกสมาคม จะเลิกได้ก็โดยมติที่ประชุมใหญ่ของสมาคม ยกเว้นเป็นการเลิกเพราะเหตุของกฎหมาย

ข้อ 42     เมื่อสมาคมต้องเลิก ไม่ว่าด้วยเหตุใด ๆ ก็ตาม ทรัพย์สินของสมาคมที่เหลืออยู่หลังจากที่ได้ชำระบัญชีเป็นที่เรียบร้อย ให้ตกเป็นขององค์กร ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อสาธารณะประโยชน์ ตามมติของคณะกรรมการ

 

 

 

                                                                                ลงชื่อ              ไกวัล  เสริมแก้ว             นายกสมาคมฯ

                                                                                                  (นายไกวัล  เสริมแก้ว)

                                                                                                    3  กุมภาพันธ์  2553

 

 

สมาคมผู้ประกอบวิชาชีพผู้บริหารสถานศึกษาอำเภอทุ่งสง (ส.บ.ทส.)
โรงเรียนบ้านหนองหว้า 
อำเภอทุ่งสง  จังหวัดนครศรีธรรมราช  80110